เป็นเบาหวาน หมอบอกให้มาออกกำลังกาย
แต่ไม่รู้จะออกแบบไหน ?
Hello สวัสดีแฟนเพจ Beliv Wellness กลับมาพบกับ โค้ชไอซ์ กันอีกเช่นเคย วันนี้เราจะมาพูดถึงการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคเบาหวาน (Diabetes) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโรคยอดฮิตของวัยกลางคน และผู้สูงอายุในปัจจุบัน ซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินให้เพียงพอหรือไม่สามารถดึงอินซูลินออกมาใช้ได้ ฮอร์โมนอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการใช้น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานให้กับเซลล์ในร่างกาย แล้วการออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวานต้องทำยังไง เดี๋ยวโค้ชไอซ์จะมาเล่าให้ฟัง
ก่อนอื่นเรามารู้จักกับโรคเบาหวานกันก่อน
โรคเบาหวานนั้นถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
เบาหวานชนิดที่ 1
TYPE 1 Diabetes
- เกิดจากการทำลายเซลล์ที่ผลิตอินซูลินในต่อมส่วนหนึ่งของตับ (เซลล์เบต้า) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยที่เป็นพิษหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตอินซูลินเพียงพอ
- เบาหวานชนิดที่ 1 เป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมักพบในผู้ที่อายุน้อยกว่า 30 ปี (มักพบในวัยเด็กและวัยรุ่น)
เบาหวานชนิดที่ 2
TYPE 2 Diabetes
- เกิดเนื่องจากความต้านทานต่ออินซูลินหรือขาดการใช้อินซูลินในเซลล์ หรือผลิตอินซูลินไม่เพียงพอ
- ความอ้วนและพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมทางสุขภาพ เช่น การกินอาหารไม่ดี การออกกำลังกายน้อย และการสูบบุหรี่ เป็นตัวช่วยเสริมสร้างเพื่อเปิดทางให้เกิดเบาหวานชนิดนี้
- เบาหวานชนิดที่ 2 พบมากกว่าเบาหวานชนิดที่ 1 และมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี (มักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป)
ซึ่งทั้งสองชนิดนั้นจะมีปัญหาที่เกี่ยวกับฮอร์โมนที่ใช้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และภาวะโรคอ้วน ดังนั้นการออกกำลังกายเราจะดูในเรื่องของระบบพลังงานในการออกกำลังกายที่จะมาช่วยในเรื่องนี้นั่นเอง
การออกกำลังกายในผู้ป่วยเบาหวาน
( Exercise for Diabetes )
เมื่อเราทราบสาเหตุของการเกิดเบาหวานแล้วกการออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจน (Aerobic exercise) จึงเป็นทาเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน การออกกำลังกายแบบแอโรบิก หมายถึงการออกกำลังกายที่ใช้ออกซิเจนมาผลิตเป็นพลังงาน และดึงน้ำตาลในเลือด (Blood Glucose) และไขมัน (Fat) มาใช้เป็นพลังงานในการทำกิจกรรมหรือออกกำลังกาย เช่น การวิ่ง เดินเร็ว ปั้นจักรยาน ว่ายน้ำ การเต้นแอโรบิกหรือซุมบ้า เป็นต้น จะสังเกตได้ว่าการออกกำลังกายจะเน้นไปที่ระยะเวลาที่นาน เพื่อให้ร่างกายได้ดึงพลังงานที่จำกล่าวไว้ด้านบนมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพ ควรทำอย่างน้อยวันละ 30 นาที 3 ถึง 5 วันต่อสัปดาห์
ข้อควรระวังในการออกกำลังกาย
1. ควรตรวจสอบระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำเพื่อติดตามความคืบหน้าในการควบคุมโรค
2. ระมัดระวังอาการที่อาจเกิดขึ้นระหว่างออกกำลังกาย เช่น หน้ามืด ทำให้หอบเหนื่อย หรือมีอาการปวด หรือมึนศีรษะ
3. ใส่อุปกรณ์ออกกำลังกายที่ป้องกันการเกิดแผลที่บริเวณเท้า หรือบริเวณอื่นๆที่อาจจะเสี่ยงทำให้เกิดแผล หรือการบาดเจ็บที่อาจลุกลามได้
เมื่อเราทราบแล้วว่าผู้ป่วยเบาหวานสามารถออกกำลังกายได้ ก็อย่าลืมแนะนำเพื่อนๆ หรือคุณพ่อ คุณแม่ให้มาออกกำลังกายกันนะครับ หรือถ้าไม่รู้จะเริ่มออกกำลังกายยังไง Beliv Wellness เราก็มีคลาสออกกำลังกายที่เป็นรูปแบบแอโรบิก ได้แก่
คลาส Zumba
เป็นคลาสเต้นเข้าจังหวะสนุกสนานสไตล์ละติน อเมริกาใต้
คลาส Step Aerobic
เป็นคลาสที่เน้นการฝึกการเคลื่อนไหวในรูปแบบของการเต้น Aerobic โดยใช้อุปกรณ์ Step Aerobic มาเป็นตัวช่วยในการฝึก
คลาส Aqua fit
แรงลอยตัวของน้ำจะช่วยลดแรงกดที่ข้อต่อ ทำให้มีการลงน้ำหนักผ่านข้อต่อน้อยลงมากกว่าปกติ ลดอาการปวดตามข้อต่างๆ โดยเฉพาะ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคไขข้อ สำหรับผู้ที่มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ การออกกำลังกายในน้ำนั้นจะมีแรงต้านของน้ำทำให้ร่างกายจะต้องมีการใช้แรงพยายามในการเคลื่อนไหว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้นได้ด้วย
คลาส Aerobic dance
เป็นคลาสที่เน้นการฝึกการเคลื่อนไหวในรูปแบบของการเต้น Aerobic
หรือถ้าอยากจะเทรนตัวต่อตัวกับเทรนเนอร์ที่มีความเชี่ยวด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และการออกกำลังกาย
สามารถเข้ามาสอบถามได้ที่ Beliv Wellness หรือ Inbox มาทางแฟนเพจได้เลยนะครับ
By โค้ชไอซ์
